ผู้กำเนิดสตั๊ด “พรีเดเตอร์” ที่โลกไม่ได้จดจำในฐานะนักฟุตบอล

ผู้กำเนิดสตั๊ด “พรีเดเตอร์” ที่โลกไม่ได้จดจำในฐานะนักฟุตบอล

ไอ้หนุ่มขาเกือบขาดสู่กองกลางหงส์แดง

เคร็ก จอห์นสตัน เกิดที่เมือง โจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ ในครอบครัวชาวออสเตรเลีย จอห์นสตันเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างดี พ่อแม่พอจะมีเงินเลี้ยงดูเขาให้อยู่สบาย ไม่ต้องดิ้นรนต่อสู้ชีวิต แต่หลังจากลืมตาดูโลกได้เพียงหกปี ชีวิตของเด็กชายจอห์นสตันก็เกือบที่จะต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล เคร็ก จอร์นสตัน

เขาป่วยเป็นโรคโปลิโอ ชนิด Osteomyelitis ที่แพทย์วินิจฉัยว่า จำเป็นที่จะต้องตัดขาข้างหนึ่งทิ้งเพื่อรักษาชีวิต ซึ่งแม่ของเขานั้นเซ็นเอกสารยินยอมไปเรียบร้อยแล้วด้วย แต่โชคยังเข้าข้างเด็กชายจอห์นสตัน ราวกับชะตาลิขิตไว้ว่าชีวิตเขาต้องเป็นตำนาน จะมาหยุดแค่นี้ไม่ได้ … จากที่เกือบหมดหวังไปแล้ว ปรากฏว่าครอบครัวของจอห์นสตันสามารถหาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคนี้จากสหรัฐอเมริกาได้ทันเวลา ทำให้สุดท้ายจอห์นสตันรอดพ้นจากการเสียขา และสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนเดิม

ช่วงเวลาเลวร้ายผ่านพ้นไป ความสดใสก็เริ่มมาเยือน เด็กชายจอห์นสตันเติบโตขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับความหลงรักในกีฬาฟุตบอลที่เขาได้รับอิทธิพลจากผู้เป็นพ่อซึ่งเคยเป็นนักฟุตบอลสมัครเล่น จอห์นสตันและครอบครัวได้ย้ายกลับมาใช้ชีวิตที่ประเทศออสเตรเลีย ก่อนที่จะเริ่มฝึกฝนวิชาลูกหนังอย่างจริงจังครั้งแรกกับ Lake Macquarie City FC สโมสรเล็กๆ ในรัฐนิวเซาธ์เวลส์ ครอบครัวของจอห์นสตันตัดสินใจขายบ้านเพื่อนำเงินมาเป็นทุนส่งลูกชายไปตามล่าหาความฝันที่ประเทศอังกฤษ และจอห์นสตันก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจจนได้รับมอบสัญญาให้เป็นนักเตะฝึกหัดของมิดเดิ้ลสโบรช์ 

หลังจากเป็นนักเตะฝึกหัดได้เพียงสองปี ด้วยฟอร์มการเล่นอันโดดเด่น จอห์นสตันก็โดนดันขึ้นมาเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ในวัยเพียงสิบเจ็ดปีเท่านั้น และถึงแม้จะต้องเจอกับการแข่งขันที่โหดขึ้น คู่แข่งที่เก่งขึ้น ก็ไม่อาจจะหยุดความร้อนแรงของเด็กหนุ่มคนนี้ได้ โดยตลอด 4 ฤดูกาล (1977-1981) จอห์นสตันลงเล่นในลีคไปทั้งหมด 64 นัด และยิงได้กว่า 16 ประตู จนในที่สุดฝีเท้าของจอห์นสตันก็ไปสะดุดตายอดทีมแห่งเกาะอังกฤษในขณะนั้น … ลิเวอร์พูล

ทีมหงส์แดงตัดสินใจคว้า เคร็ก จอห์นสตัน ไปร่วมทัพด้วยค่าตัว 650,000 ปอนด์ และไอ้หนุ่มขาเกือบขาดคนนี้ก็ไม่ทำให้สโมสรใหม่ต้องผิดหวัง เขาปรับตัวได้อย่างรวดเร็วจนกลายเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญให้ลิเวอร์พูลเถลิงความยิ่งใหญ่ในยุค 80 

อย่างไรก็ตามชีวิตนักฟุตบอลที่กำลังไปได้สวยของจอห์นสตันกลับต้องจบเร็วกว่าที่คิด เขาตัดสินใจแขวนสตั๊ดในวัยเพียง 28 ปีเท่านั้น เนื่องจากสาเหตุทางครอบครัว เขาจำเป็นต้องกลับไปดูแลพี่สาวที่ป่วยหนัก

ผมคิดมาตลอด ตั้งแต่ยังเป็นดาวรุ่งที่โบโร่ ว่าอยากได้รองเท้าสตั๊ดที่สามารถควบคุมลูกฟุตบอลได้ดีกว่านี้

จอห์นสตันเผยให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจว่า ในยุคที่เขายังค้าแข้งนั้นไม่มีรองเท้าสตั๊ดที่สามารถควบคุมลูกฟุตบอลได้ดั่งใจคิด อย่างไรก็ตามความคิดนั้นก็เข้ามาแล้วผ่านไป จอห์นสตันไม่ได้ทำอะไรจริงจังนอกจากก้มหน้าก้มตาเตะฟุตบอลตามหน้าที่ของตัวเอง

เวลาล่วงเลยไปนับสิบปี หลังจากที่จอห์นสตันแขวนสตั๊ด เขาจัดการภาระหน้าที่เรื่องครอบครัวเรียบร้อย จากนั้นเขาก็ย้ายมาอาศัยที่เมือง ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เขาใช้วิชาลูกหนังของตัวเองให้เป็นประโยชน์ด้วยการทำงานเป็นโค้ชฟุตบอลให้กับเด็กๆ ที่ศูนย์ซ้อม Avalon

“จงคิดว่าเท้าและรองเท้าสตั๊ดของตัวเองเป็นไม้ปิงปอง” นี่คือสิ่งที่จอห์นสตันพร่ำสอนลูกศิษย์ของเขาอยู่เสมอ เพราะมันจะช่วยให้ควบคุมลูกฟุตบอลได้ดีขึ้น จนกระทั่งวันหนึ่งลูกศิษย์คนหนึ่งของเขาก็เถียงกลับมาว่า

“แต่รองเท้าของพวกเราไม่ได้ทำมาจากยางนะ มันทำมาจากหนัง” ใครจะคาดคิดว่าด้วยคำพูดไร้เดียงสาของเด็กน้อยคนหนึ่งจะทำให้จอห์นสตันเกิดแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ 

หลังจากนั้น วันหนึ่งที่ฝนตกหนัก จอห์นสตันจึงไม่ต้องออกไปทำหน้าที่โค้ชฟุตบอล เขาใช้เวลาทั้งวันในการดัดแปลงรองเท้าสตั๊ดของตัวเอง โดยการถอดแถบยางของไม้ปิงปองมาพันรอบรองเท้า

“ผมรีบเอารองเท้าที่ดัดแปลงไปลองเตะฟุตบอลกลางสายฝน ถึงมันจะส่งเสียงร้องเหมือนหมูเพราะแถบยาง แต่มันก็ช่วยให้ควบคุมลูกฟุตบอลได้ดีขึ้นมาก มันคือช่วงเวลาแสนวิเศษ”

เมื่อมีวี่แววจะไปได้สวย จอห์นสตันก็ไม่รอช้า กลับบ้านมาพัฒนารองเท้าเพิ่มเติม เขาเล่าให้ฟังว่าเขาลองผิดลองถูกไปเรื่อย ๆ มากกว่าหนึ่งพันรูปแบบ จนกระทั่งได้คู่ต้นแบบที่ดีที่สุด เขาก็ตัดสินใจนำมันไปเสนอให้กับเหล่าบริษัทยักษ์ใหญ่ ทั้ง adidas, PUMA, Nike, Reebok และ Umbro “ผมเอาไปที่ adidas แต่พวกเขาบอกว่ามันไม่มีทางที่จะเวิร์ก จากนั้นผมก็เอามันไปเสนอกับ PUMA, Nike, Reebok และ Umbro พวกเขาก็ตอบกลับมาสั้น ๆ ว่าไม่” จอห์นสตันตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาตัดสินใจเดินทางมาพบกับผู้ชายคนหนึ่ง “ฟรานซ์ เบ็คเคนเบาเออร์” ใช่ ทั้งคู่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่จอห์นสตันคิดว่าตำนานลูกหนังเยอรมันคนนี้จะช่วยเขาได้ 

“ผมไปที่ประเทศเยอรมนี สโมสร บาเยิร์น มิวนิค ผมบอกทางสโมสรไปว่า ‘ผมต้องการพบ ฟรานซ์ เบ็คเคนเบาเออร์’ พวกเขาถามกลับมาว่า ‘คุณเป็นใคร?’ ผมตอบไปว่า ‘ผมชื่อ เคร็ก จอห์นสตัน อดีตนักเตะลิเวอร์พูลชาวออสเตรเลีย’” มันเป็นการกระทำที่บ้าบอ แต่ใครจะเชื่อว่าในอีกไม่กี่วันต่อมาจอห์นสตันจะได้พบกับสุดยอดตำนานคนนี้จริงๆ

เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนีในช่วงธันวาคม ปี 1990 หิมะกำลังโปรยปรายลงมาอย่างหนัก นั่นคือช่วงเวลาที่จอห์นสตันได้พบกับ ฟรานซ์ “ไกเซอร์” เบ็คเคนเบาเออร์

“นายคือหมายเลข 8 ของลิเวอร์พูลนี่” เบ็คเคนเบาเออร์ทักทาย โชคดีที่เขาจำจอห์นสตันได้จากช่วงเวลาที่เขายังค้าแข้งอยู่ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็พูดถึงรายละเอียดของไอเดียรองเท้าที่จอห์นสตันนำมาเสนอ ก่อนที่บทสนทนาในวันนั้นจะจบลงว่า

“พรุ่งนี้กลับมาที่นี่อีก เอารองเท้าสตั๊ด 4 คู่ติดตัวมาด้วย” เบ็คเคนเบาเออร์ทิ้งท้าย 

วันรุ่งขึ้นจอห์นสตันมาหาเบ็คเคินเบาเออร์อีกครั้งพร้อมรองเท้าสี่คู่ตามคำสั่ง แต่ปรากฏว่าคราวนี้ไกเซอร์แห่งเยอรมันไม่ได้อยู่คนเดียว คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้, พอล ไบรท์เนอร์, และ ฮันซี่ มุลเลอร์ ก็อยู่ที่นั่นด้วย ทั้งสี่รับรองเท้าจากจอห์นสตัน ก่อนจะสวมมันและลงไปเตะฟุตบอลท่ามกลางหิมะ

“ใช่เลย ใช่เลย ใช่เลย” เหล่าตำนานต่างตะโกนออกมาเมื่อรับรู้ถึงประสิทธิภาพของรองเท้าของจอห์นสตัน

จอห์นสตันไม่รอช้า เขาอัดคลิปวิดิโอเหตุการณ์ดังกล่าว จากนั้นก็เดินกลับไปที่สำนักงานใหญ่ของ adidas อีกครั้ง

ผลลัพธ์ของความพยายาม

“เราบอกคุณไปแล้วไงว่าเราไม่สนใจ มันใช้ไม่ได้หรอก” นี่คือประโยคแรกที่จอห์นสตันได้รับจาก adidas โดยที่เขายังไม่ทันพูดอะไร แต่อดีตกองกลางลิเวอร์พูลคนนี้เชื่อมั่นอย่างที่สุดว่า ถ้าพวกเขาได้ดูคลิปวิดิโอดังกล่าว adidas จะต้องคล้อยตามแน่ และในที่สุดการโน้มน้าวของจอห์นสตันก็ประสบความสำเร็จ ผู้บริหาร adidas ยอมเปิดใจดูคลิปวิดิโอของเขา

“ทุกคนยืนขึ้นปรบมือหลังจากวิดิโอจบลง พวกเขาไม่ยอมให้ผมออกจากห้องอีกเลยจนกว่าผมจะยอมเซ็นสัญญา”

“ผมได้เป็นเจ้าของสิทธิบัตรรองเท้าคู่นี้ทันที ก่อนที่พวกเขาจะบอกผมว่าคุณต้องย้ายจากออสเตรเลียมาทำงานที่เนิร์นแบร์ก” จอห์นสตันกลายเป็นนักออกแบบและหัวหน้าฝ่ายนวัตกรรมฟุตบอลที่ adidas เขาอาศัยอยู่ในเนิร์นแบร์กประมาณ 5 ปี และหลังจากการวิจัยอันเข้มข้น ในที่สุดรองเท้าจากไอเดียของจอห์นสตันก็เปิดตัวครั้งแรกที่มหานคร ลาส เวกัส ปี 1994 ในชื่อ “adidas Predator” การเปิดตัวครั้งนี้เกิดก่อนฟุตบอลโลกปี 1994 ไม่นาน ซึ่งผลตอบรับมันเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด

adidas Predator ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า สร้างรายได้มหาศาลนับร้อยล้านเหรียญให้กับ adidas จนทำให้รอดพ้นสภาวะล้มละลายได้สำเร็จ นอกจากนั้นรองเท้ารุ่นนี้ยังขึ้นแท่นเป็นรองเท้าระดับตำนานที่ยังสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน